ร้านทำป้ายทะเบียนรถยนต์ ซี.เค.วาย.เพลท สายด่วน 083-619-8822
เมนูหลัก
space
วิธีการสั่งซื้อ
space
ติดต่อเรา
space
หน้าแรก | บทความ | พระราชบัญญัติกการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

พระราชบัญญัติกการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

รายละเอียดลูกศรสีเทา
หน้า : 1
  1.1 ความหมายของคำที่สำคัญบางคำใน พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ.2522
    “รถ" หมายความว่า ยานพาหนะทุกชนิดที่ใช้ในการขนส่งทางบก ซึ่งเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่นและหมายความรวมตลอดถึงรถพ่วงของรถนั้นด้วย ทั้งนี้เว้นแต่รถไฟ
“การขนส่ง" หมายความว่า การขนคน การขนสัตว์ หรือสิ่งของโดยทางบกด้วยรถ
“การขนส่งประจำทาง" หมายความว่า การขนส่งเพื่อสินจ้างตามเส้นทางที่คณะกรรมการกำหนด
“การขนส่งไม่ประจำทาง" หมายความว่า การขนส่งเพื่อสินจ้างโดยไม่จำกัดเส้นทาง
“การขนส่งโดยรถขนาดเล็ก" หมายความว่า การขนส่งคน หรือสิ่งของหรือคนและสิ่งของรวมกันเพื่อสินจ้างตามเส้นทางที่คณะกรรมการกำหนดด้วยรถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันไม่เกิน 4,000 กิโลกรัม
“การขนส่งส่วนบุคคล" หมายความว่า การขนส่งเพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเองด้วยรถที่มี น้ำหนักเกินกว่า 1,600 กิโลกรัม
“การขนส่งระหว่างจังหวัด" หมายความว่า การขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทางหรือการขนส่งส่วนบุคคลซึ่งกระทำระหว่างจังหวัดกับจังหวัด
“การขนส่งระหว่างประเทศ" หมายความว่า การขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งส่วนบุคคล ซึ่งกระทำระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ
“การรับจัดการขนส่ง" หมายความว่า การรับจ้างรวบรวมคน สัตว์ หรือสิ่งของและจัดให้บุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งจากที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่งในความรับผิดชอบของผู้รับจัดการขนส่ง
“พนักงานตรวจสภาพ" หมายความว่า ข้าราชการสังกัดกรมการขนส่งทางบก ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้มีหน้าที่ตรวจความมั่นคงแข็งแรง ความสะอาด ความเรียบร้อยและความเหมาะสมของสภาพรถที่นำมาใช้ในการขนส่ง
“นายทะเบียน" หมายความว่า นายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียนประจำจังหวัดแล้วแต่กรณี
“คณะกรรมการ" หมายความว่าคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง หรือคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี
  1.2 ประเภทการขนส่งและการประกอบการขนส่ง
    การประกอบการขนส่งมี 7 ประเภท คือ
1. การขนส่งประจำทาง - การขนส่งเพื่อสินจ้างตามเส้นทางที่กำหนด
2. การขนส่งไม่ประจำทาง - การขนส่งเพื่อสินจ้างโดยไม่จำกัดเส้นทาง
3. การขนส่งโดยรถขนาดเล็ก - การขนส่งคนหรือสิ่งของหรือคนและสิ่งของรวมกันเพื่อสินจ้างตามเส้นทางที่กำหนดด้วยรถที่มีน้ำหนักบรรทุกรวมกันไม่เกิน 4,000 กิโลกรัม
4. การขนส่งส่วนบุคคล - การขนส่งเพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเองด้วยรถที่มีน้ำหนักเกินกว่า 1,600 กิโลกรัม
5. การขนส่งระหว่างประเทศ - การขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งส่วนบุคคล ซึ่งกระทำระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ
6. การขนส่งระหว่างจังหวัด - การขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการ ขนส่งส่วนบุคคล ซึ่งกระทำระหว่างจังหวัดกับจังหวัด
7. การรับจัดการขนส่ง - การรับจ้างรวบรวมคน สัตว์ หรือสิ่งของและจัดให้บุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งจากที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่งในความรับผิดชอบของผู้รับจัดการขนส่ง
    การประกอบการขนส่ง
โดยหลักทั่วไปตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ผู้ที่ประสงค์จะขอประกอบการขนส่งทั้ง 7 ประเภท จะต้องขออนุญาตประกอบการขนส่งต่อทางราชการเสียก่อน การขออนุญาตประกอบการขนส่งนี้ เป็นขั้นตอนอย่างหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เช่นเดียวกับการขออนุญาตประกอบ การค้า กล่าวคือ ถ้าเราจะตั้งร้านค้าขายขึ้น มิใช่ว่าเราเพียงแต่ไปซื้อของหรือสินค้ามาใส่ร้านแล้วทำการค้าขายได้เลยเช่นนี้หาทำได้ไม่ ถ้าจะทำการค้าขายให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เราจะต้องไปทำการ จดทะเบียนพาณิชย์หรือจดทะเบียนการค้าให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อนในทำนองเดียวกัน ถ้าเรามีรถแล้วเราจะใช้รถในการขนส่งประเภทหนึ่งดังกล่าวข้างต้น เราก็จะต้องขออนุญาตประกอบการขนส่งต่อนายทะเบียนกลาง หรือต่อนายทะเบียนประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี
ข้อยกเว้น ในการประกอบการขนส่งส่วนบุคคล
ถ้าผู้ประกอบการขนส่งเป็นกระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล เมืองพัทยา วัด มูลนิธิที่ได้รับอำนาจแล้ว สภากาชาดไทย สถานพยาบาล รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีงบประมาณให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งจากนายทะเบียนก็สามารถประกอบการขนส่งส่วนบุคคลได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติอื่นเสมือนดังเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลทุกประการ เช่น ต้องนำรถไปตรวจสอบสภาพ ต่ออายุทะเบียนและชำระภาษี เป็นต้น
    ใบอนุญาตประกอบการขนส่งมีด้วยกัน 4 ประเภท คือ
1. ใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง
2. ใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง
3. ใบอนุญาตประกอบการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก
4. ใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคล
อนึ่ง ใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง ใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง หรือใบอนุญาตประกอบการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก ให้ใช้เป็นใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลได้
    ข้อห้ามและโทษสำหรับผู้ประกอบการขนส่ง
1. ผู้ใดประกอบการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง การขนส่งโดยรถขนาดเล็ก หรือการขนส่งส่วนบุคคล โดยไม่มีใบอนุญาตจากนายทะเบียนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งรายใดใช้รถผิดประเภทในการขนส่งประจำทาง การ ขนส่งไม่ประจำทาง การขนส่งโดยรถขนาดเล็ก หรือการขนส่งส่วนบุคคล มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  1.3 การรับจัดการขนส่ง
    การรับจัดการขนส่ง หมายความว่า การรับจ้างรวบรวมคน สัตว์ หรือสิ่งของและจัดให้บุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ทำการขนส่งจากที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่งในความรับผิดชอบของผู้รับจัดการขนส่ง
ผู้ใดประกอบการรับจัดการขนส่งจะต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนกลางก่อนเช่นเดียวกับการประกอบการขนส่ง
การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนส่งต้องวางหลักทรัพย์ต่อนายทะเบียนเพื่อเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญารับจัดการขนส่ง ทั้งนี้ตามจำนวนหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน

กฎกระทรวง ถ้าหากหลักทรัพย์ที่นำมาวางประกันไว้มีจำนวนหรือมูลค่าลดน้อยลงนายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนส่งนำหลักทรัพย์มาเพิ่มเติมให้ครบจำนวนมูลค่าตามที่กำหนด ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
อนึ่ง ใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนส่งนี้มีอายุ 2 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ข้อห้ามและโทษสำหรับผู้ประกอบการรับจัดการขนส่ง
1. ผู้ใดประกอบการรับจัดการขนส่งโดยไม่มีใบอนุญาตจากนายทะเบียนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการรับจัดการขนส่งผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนที่ให้นำหลักทรัพยมาเพิ่มเติมเมื่อหลักทรัพย์ที่วางไว้มีจำนวนหรือมูลค่าลดน้อยลงมีโทษปรับ 100,000 บาท หรือปรับเป็นรายวัน ๆ ละ 5,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
  1.4 สถานีขนส่ง
    สถานีขนส่งมี 2 ประเภท คือ
1. สถานีขนส่งผู้โดยสาร
2. สถานีขนส่งสัตว์และหรือสิ่งของ
ลักษณะของสถานีขนส่งทั้ง 2 ประเภทนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง สถานีขนส่งเป็นหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกที่จะจัดให้มีขึ้น โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางก่อน ตั้งในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครและในเขตท้องที่จังหวัดอื่น โดยกรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการเอง หรือมอบหมายให้รัฐวิสาหกิจหรือองค์การของรัฐเป็นผู้ดำเนินการก็ได้
อธิบดีกรมการขนส่งทางบกมีอำนาจกำหนดค่าบริการในการดำเนินการของสถานีขนส่งได้ไม่เกินอัตราที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนด
นอกจากนี้ พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ยังได้ให้อำนาจแก่เอกชนรายใดก็ได้ที่ประสงค์จะจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งดำเนินการและจัดตั้งสถานีขนส่งได้แต่ต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนกลาง โดยอนุมัติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งกลางก่อน
การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงและการจัดให้มีหรือจัดตั้งขึ้นที่ใด เมื่อใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ใบอนุญาตจัดตั้ง และดำเนินการสถานีขนส่งให้มีอายุตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนด แต่ไม่เกิน 20 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

อนึ่ง ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่ง ซึ่งประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
หน้าที่ความรับผิดชอบและโทษเมื่อฝ่าฝืนสำหรับผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่ง
1. ผู้ได้รับอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างประจำสถานีขนส่งตลอดเวลา โดยให้มีหน้าที่ตรวจสภาพรถขนส่งประจำทาง ซึ่งต้องหยุดหรือจอดเพื่อการขนส่ง ณ สถานีขนส่งแห่งนั้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท
2. ผู้ได้รับอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่ง ต้องจัดให้มีอู่ซ่อมรถและบริการซ่อมรถ เพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่รถที่ใช้สถานีขนส่งนั้น หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท
3. ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้ง และดำเนินการสถานีขนส่งต้องจัดให้มีบริเวณที่จอดพักรถ ตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกำหนด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท
4. ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งต้องจัดให้มีสมุดทะเบียนการเดินรถที่ผ่านเข้าออกสถานีขนส่งตามแบบที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกำหนด และสมุดทะเบียนการเดินรถต้องเก็บรักษาไว้ในที่ทำการของสถานีขนส่งแห่งนั้น พร้อมที่จะให้นายทะเบียน พนักงานตรวจสภาพหรือผู้ตรวจการดูได้ทุกเวลา หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท
5. ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่ง ต้องเรียกเก็บค่าบริการเกี่ยวกับการดำเนินการของสถานีขนส่งไม่เกินอัตราตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนดหาก ฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท
  1.5 รถที่อยู่ภายในความควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก
    ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 สามารถแยกรถที่อยู่ในความควบคุมและไม่อยู่ในความควบคุม ดังนี้
1 รถที่อยู่ในความควบคุมตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522
- รถยนต์โดยสารประจำทางทุกขนาด (การขนส่งประทำทาง)
- รถยนต์โดยสารไม่ประจำทาง (รถยนต์รับจ้างสาธารณะ) ที่บรรทุกผู้โดยสารได้ เกิน 7 คน (การขนส่งไม่ประจำทาง)
- รถยนต์บริการที่บรรทุกผู้โดยสารได้เกิน 7 คน (การขนส่งไม่ประจำทาง)
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 12 คน ซึ่งมีน้ำหนักรถเกิน 1,600 กิโลกรัม ที่ใช้ในการ ขนส่ง เพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเอง (การขนส่งส่วนบุคคล)
- รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถเกิน 1,600 กิโลกรัม ที่ใช้ในการขนส่งเพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเอง (การขนส่งส่วนบุคคล)
- รถยนต์ลากจูงและรถพ่วงที่ใช้ในการขนส่งเพื่อสินจ้าง (การขนส่งไม่ประจำทาง)
- รถยนต์ลากจูงและรถพ่วงที่ใช้ในการขนส่งเพื่อการค้าหรือธุรกิจของตนเอง (การขนส่งส่วนบุคคล)

2 รถที่ไม่อยู่ในความควบคุมตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (แต่อยู่ภายใต้ความควบคุมตาม พ.ร. บ รถยนต์ พ.ศ. 2522)
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 12 คน ซึ่งมิได้ใช้ประกอบการขนส่งเพื่อสินจ้างตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522
- รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม ซึ่งมิได้ใช้ประกอบการขนส่งเพื่อสินจ้างตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522
- รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัดซึ่งใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน
- รถยนต์รับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 7 คน (รถแท็กซี่)
- รถยนต์บริการที่บรรทุกผู้โดยสารหรือให้เช่าไม่เกิน 7 คน
- รถจักรยานยนต์
- รถยนต์สามล้อ
- รถบดถนน
- รถแทรกเตอร์
- รถพ่วงที่มิได้ใช้ในการขนส่งเพื่อสินจ้าง หรือเพื่อการค้า หรือธุรกิจของตนเอง
- รถที่ใช้งานเกษตรกรรม
  1.6 สถานตรวจสภาพรถ
    โดยเหตุที่ พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ได้กำหนดว่ารถที่ใช้ในการขนส่งต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง มีอุปกรณ์และส่วนควบถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉะนั้นก่อนที่จะนำรถนั้นไปจดทะเบียนและเสียภาษีจะต้องได้ผ่านการตรวจสภาพจากพนักงานตรวจสภาพรถ ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดกรมการขนส่งทางบกก่อน

แต่อย่างไรก็ดี พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ฉบับนี้ยังได้ให้สิทธิแก่เอกชนที่มีความประสงค์จะขอจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถให้จัดจั้งตั้งสถานตรวจสภาพรถเพื่อรับรองตรวจสภาพรถได้แต่ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนกลางเสียก่อน
การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง นายทะเบียนกลางมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถนั้นได้
อนึ่ง ใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถมีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
การตรวจสภาพรถ การจดทะเบียน และการเสียภาษีรถ
รถที่อยู่ในความควบคุมของกรมการขนส่งทางบก จะต้องจดทะเบียนและเสียภาษีที่กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งสาขา แล้วแต่กรณี แต่ก่อนที่จะทำการจดทะเบียนและเสียภาษี จะต้องนำรถคันนั้นมาตรวจสภาพเสียก่อน การตรวจสภาพนี้ก็เพื่อที่จะดูว่ารถคันนั้นมีสภาพมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัยและเหมาะสมในการขนส่งหรือไม่ ถ้าพนักงานตรวจสภาพเห็นว่า รถคันใดมีความเหมาะสมในการขนส่งรถคันนั้น จึงสามารถนำมาจดทะเบียนและเสียภาษีได้ แต่ถ้าพนักงานตรวจสภาพเห็นว่ารถคันใดยังไม่เหมาะสม เจ้าของรถต้องนำรถคันนั้นกลับไปแก้ไขปรับปรุงหรือซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ดีเสียก่อนแล้วจึงนำมาตรวจสภาพใหม่
การเก็บภาษีรถที่ใช้ในการขนส่งแต่ละประเภทนั้น กรมการขนส่งทางบกเรียกเก็บตามน้ำหนักรถ น้ำหนักรถน้อยก็เสียน้อย น้ำหนักรถมากก็เสียมาก ทั้งนี้เป็นไปตามบัญชีที่กำหนดไว้ท้าย พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522
การชำระภาษีรถนั้นต้องชำระล่วงหน้าเป็นรายปี โดยแบ่งเป็น 4 งวด งวดละ 3 เดือน โดยให้ถือเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม ตุลาคม เป็นเดือนแรกของงวด เมื่อชำระภาษีงวดใดแล้วนับจากงวดนั้นไปจนครบรอบ 4 งวด ถือเป็นครบปีภาษี แต่กฎหมายก็เปิดโอกาสให้ชำระภาษีเป็นรายงวดได้ โดยจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
ถ้าเจ้าของรถไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลาที่ต้องชำระให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ

ข้อห้ามและบทกำหนดโทษเกี่ยวกับการตรวจสภาพ การจดทะเบียน และการเสีย ภาษีรถ
1. ผู้ใดนำรถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง มีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบไม่ครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวงมาใช้ในการขนส่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท
2. ผู้ใดนำรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนตามมาตร 73 และยังไม่ได้ชำระภาษีตามมาตรา 85 มาใช้ในการขนส่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท
  1.7 การชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากการขนส่ง
    ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง และการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก ที่ต้องตายหรือบาดเจ็บ เนื่องจากการขนส่งของตน โดยต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นให้แก่ผู้เสียหาย หรือทายาท (ในกรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย) ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ตามขั้นตอนดังนี้
1. ผู้เสียหาย หรือทายาท ต้องยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดต่อพนักงานสอบสวนภายกำหนด 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ความเสียหายเกิดขึ้น โดยแสดงหลักฐานว่าผู้เสียหายได้รับความเสียหายจากรถของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง
2. พนักงานสอบสวนพิจารณาจากสำนวนการสอบสวน และเมื่อเห็นว่าความเสียหายได้เกิดขึ้นจากรถของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งคันใด ให้มีหนังสือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งนั้น ชดใช้ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นและให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้นายทะเบียนกลางทราบโดยเร็ว
อนึ่ง ในการนี้พนักงานสอบสวนจะต้องสั่งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ
3. ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งที่ได้รับคำสั่งจากพนักงานสอบสวนให้ชดใช้ ค่าใช้จ่ายเบื้องต้น ต้องชดใช้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
4. ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของพนักงาน สอบสวนก็ให้อุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งจากพนักงานสอบสวน และให้พนักงานสอบสวนบันทึกความเห็นของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ซึ่งไม่เห็นด้วยไว้ในสำนวน
5. ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งอุทธรณ์คำสั่งของพนักงานสอบสวน ถ้าคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง มีความเห็นตามความเห็นชอบของพนักงานสอบสวน ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งนั้น ต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 10
6. ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งรายใดไม่ยอมชดใช้ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นตามคำสั่งของพนักงานสอบสวนหรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางนายทะเบียนกลางมีอำนาจนำหลักทรัพย์ ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งวางไว้ต่อนายทะเบียนกลางไปชดใช้ ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นได้ (พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการ ขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง และการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก ต้องวางหลักทรัพย์เป็นเงินสด หรือพันธบัตรรัฐบาลอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกันไว้ต่อนายทะเบียนกลางตามจำนวน หรือ มูลค่าที่กำหนดในกฎกระทรวง)
7. เมื่อผู้เสียหายร้องเรียนต่อนายทะเบียนกลางว่า ไม่ได้รับชดใช้ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นหรือได้รับชดใช้ไม่ครบจำนวนไม่ว่าเพราะเหตุใดก็ตาม ให้นายทะเบียนกลางสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งชำระให้เสร็จสิ้นภาย 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ให้นายทะเบียนกลางเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่งเสีย

อนึ่ง การชดใช้ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นไม่ทำให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งพ้นจากความผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  1.8 ผู้ประจำรถ
    1. ความหมาย ผู้ประจำรถตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 หมายถึง บุคคล 4 ประเภท ดังนี้
1. ผู้ขับรถ ได้แก่ บุคคลที่มีหน้าที่ขับรถ ควบคุมดูแลรถให้ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ
2. ผู้เก็บค่าโดยสาร ได้แก่ บุคคลที่ทำหน้าที่เก็บค่าโดยสารจากผู้โดยสารตามอัตราที่ทางราชการกำหนด และเอื้ออำนวยความสะดวกอื่น ๆ หรือหน้าที่อื่นที่ได้รับมอบหมาย
3. นายตรวจ ได้แก่ บุคคลที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ประจำรถทุกหน้าที่ และตรวจสอบการชำระค่า
โดยสารของผู้โดยสารตลอดจนช่วยเหลือและให้บริการอื่น ๆ แก่ผู้โดยสาร
4. ผู้บริการ ได้แก่ บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับ หรือบริการประจำรถขนส่งผู้โดยสาร และหน้าที่อื่นที่ได้รับมอบหมาย

2. ประเภทของใบอนุญาตผู้ประจำรถ
ใบอนุญาตสำหรับผู้ประจำรถมี 4 ประเภท คือ
1. ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ
2. ใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร
3. ใบอนุญาตเป็นนายตรวจ
4. ใบอนุญาตเป็นผู้บริการ
ใบอนุญาตแต่ละประเภท จะใช้สับเปลี่ยนกันไม่ได้ เว้นแต่ใบอนุญาตประเภทที่หนึ่ง ประเภทที่สาม และประเภทที่สี่ ใช้เป็นใบอนุญาตประเภทที่สองได้

3. อายุของใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ
ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถมีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

4. ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ
4.1 ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภทส่วนบุคคล หมายถึง ใบอนุญาตที่นำไปใช้ ขับรถที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งส่วนบุคคล หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งนำไปใช้ขับรถ เพื่อการค้า หรือธุรกิจของตนเอง ด้วยรถที่มีน้ำหนักเกินกว่าหนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัม โดยไม่ได้นำไปใช้รับจ้าง
2. ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภททุกประเภท หมายถึง ใบอนุญาตที่นำไปใช้ขับรถที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทาง (การขนส่งเพื่อสินจ้างตามเส้นทางที่คณะกรรมการกำหนด) การขนส่งไม่ประจำทาง (การขนส่งเพื่อสินจ้างโดยไม่จำกัดเส้นทาง) การขนส่งโดยรถขนาดเล็ก (การขนส่งคนหรือสิ่งของ หรือคนและสิ่งของรวมกันเพื่อสินจ้างตามเส้นทางที่คณะกรรมการกำหนด ด้วยรถที่มีน้ำหนักรถ และน้ำหนักบรรทุกรวมกันไม่เกินสี่พันกิโลกรัม) รวมถึงการขนส่งส่วนบุคคลตามที่กล่าวไว้ในข้อ 1 ข้างต้น
กล่าวโดยสรุปใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภททุกประเภท สามารถนำไปใช้ขับรถรับจ้าง และขับรถเพื่อการค้าหรือธุรกิจส่วนตัวได้ด้วย
4.2 ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ แบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่
ชนิดที่ 1 ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ สำหรับขับรถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันไม่เกินสามพันห้าร้อยกิโลกรัมที่มิได้ใช้ขนส่งผู้โดยสาร หรือสำหรับรถขนส่งผู้โดยสารไม่เกินยี่สิบคน
ชนิดที่ 2 ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ สำหรับขับรถที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันเกินกว่าสามพันห้าร้อยกิโลกรัมที่มิได้ใช้ขนส่งผู้โดยสารหรือสำหรับรถ ขนส่งผู้โดยสารเกินยี่สิบคน
ชนิดที่ 3 ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ สำหรับขับรถซึ่งโดยสภาพใช้สำหรับลากจูงรถอื่นหรือล้อเลื่อนที่บรรทุกสิ่งใด ๆ บนล้อเลื่อนนั้น
ชนิดที่ 4 ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ สำหรับขับรถที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตรายตามประเภทหรือชนิดและลักษณะการบรรทุกตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อสังเกต :-
- ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถชนิดที่หนึ่ง ไม่สามารถนำไปใช้ขับรถชนิดที่สอง ชนิดที่สาม หรือชนิดที่สี่ได้
- ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถชนิดที่สอง สามารถนำไปใช้ขับรถชนิดที่หนึ่งได้
- ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถชนิดที่สาม สามารถนำไปใช้ขับรถชนิดที่หนึ่ง และชนิดที่สองได้
- ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถชนิดที่สี่ สามารถนำไปใช้ขับรถชนิดที่หนึ่ง ชนิดที่สอง และชนิดที่สามได้

5. อายุของผู้ขอรับใบอนุญาตผู้ประจำรถ
5.1 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ
5.1.1 ชนิดที่ 1 ประเภทส่วนบุคคล ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี
5.1.2 ชนิดที่ 2 และชนิดที่ 3 ประเภทส่วนบุคคล ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี
5.1.3 ชนิดที่ 1 ชนิดที่ 2 และชนิดที่ 3 ประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่ง ไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก (ประเภททุกประเภท) ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี
5.1.4 ชนิดที่ 4 ในประเภทการขนส่งส่วนบุคคล การขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี
5.2 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้เก็บค่าโดยสาร ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี
5.3 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนายตรวจ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี
5.4 ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บริการ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี

6. ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ใช้แทนใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ได้
6.1 ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภทส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกใช้แทนใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ได้
6.2 ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภททุกประเภท ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกใช้แทนใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล และใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ได้

7. ผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ ในประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. มีสัญชาติไทย
2. มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
3. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่า ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยความเหมาะสม
4. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
5. ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่ออันเป็นที่รังเกียจ
6. ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ
7. ไม่เป็นผู้มีใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถประเภท หรือชนิดเดียวกับที่ได้รับอนุญาตอยู่แล้ว
8. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถเว้นแต่การเพิกถอนใบอนุญาตนั้นพ้นสามปีแล้ว นับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
9. ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้ จำคุกเว้นแต่โทษสำหรับความผิดอันได้กระทำโดยประมาทที่มิใช่เกี่ยวกับการใช้รถในการกระทำผิด หรือเป็นความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วเกินสามปี
10. ไม่เป็นผู้เคยถูกควบคุมตัวเพราะมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมหรือเป็นอันธพาลเว้นแต่ได้พ้นจากการควมคุมตัวมาแล้วเกินหนึ่งปี
ผู้ขอรับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถในประเภทการขนส่งส่วนบุคคล ต้องมีคุณสมบัติ ตามข้อ 2 - 10

8. การต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ
8.1 กรณีใบอนุญาตเดิมไม่ขาดต่ออายุ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามแบบพิมพ์ ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุได้ไม่เกิน 6 เดือน พร้อมด้วย หลักฐานประกอบคำขอ สามารถดำเนินการต่ออายุ โดยผู้ขอไม่ต้องรับการทดสอบใด ๆ ทั้งสิ้น
8.2 กรณีใบอนุญาตเดิมขาดต่ออายุ ไม่เกิน 3 ปี ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับ ใบอนุญาตใหม่ตามชนิดและประเภทที่มีอยู่เดิมพร้อมด้วยหลักฐานประกอบการคำขอ โดยผู้ขอต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ยกเว้นการทดสอบสายตาบอดสี
8.3 กรณีใบอนุญาตเดิมขาดอายุเกิน 3 ปี
ขั้นตอนการดำเนินการ
- ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาตใหม่ ตามชนิดและประเภทที่มีอยู่เดิมพร้อมด้วยหลักฐานประกอบการคำขอ
- กรณีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภททุกประเภท ให้ผู้ขอไปดำเนินการตรวจสอบประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจที่ตนมีภูมิเนา
- ทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ยกเว้นการทดสอบสายตาบอดสี
- ทดสอบขับรถ ตามชนิดใบอนุญาต
- เมื่อผ่านการทดสอบแล้ว
1. สำหรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภทส่วนบุคคล ให้ผู้ขอชำระค่าธรรมเนียม 200 บาท แล้วจึงดำเนินการออกใบอนุญาตได้
2. สำหรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภททุกประเภท เมื่อทราบผลการตรวจสอบประวัติว่าไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุก หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดอันได้กระทำโดยประมาทที่มิใช่เกี่ยวกับการใช้รถในการกระทำความผิด หรือเป็นความผิดลหุโทษ หรือได้พ้นโทษมาแล้วเกินสามปี จึงจะให้ผู้ขอชำระค่าธรรมเนียม 200 บาท แล้วดำเนินการ ต่ออายุใบอนุญาตได้

 

  1.9 ผู้โดยสาร
    ผู้โดยสารตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 หมายถึง ใครไม่มีคำจำกัดความกำหนดไว้แต่ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2493 คำว่า "โดยสาร" หมายถึง การไปด้วย ฉะนั้นคำว่า ผู้โดยสาร คือ ผู้ที่อาศัยไปด้วยและรวมถึงผู้โดยสารที่ไม่ชำระค่าขนส่งและค่าบริการขนส่ง กับผู้โดยสารที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องชำระค่าขนส่งด้วย
ตามความหมายดังกล่าวผู้โดยสารจึงหมายความรวมถึงทั้งผู้โดยสารที่ขออาศัยไปกับรถยนต์ที่ใช้ทำการขนส่งไม่ว่าจะเป็นรถยนต์โดยสารหรือไม่ก็เป็นผู้โดยสารเช่นเดียวกัน
ดังนั้นจึงแยกผู้โดยสารออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. ผู้โดยสารที่ไปกับรถยนต์โดยสาร
2. ผู้โดยสารที่ไปกับรถยนต์ที่ไม่ใช่รถยนต์โดยสาร
3. ผู้โดยสารที่ได้รับยกเว้นที่ไม่ชำระค่าขนส่งและค่าบริการขนส่ง หรือได้ลดหย่อนค่าโดยสาร

หน้าที่ของผู้โดยสารต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522
ผู้โดยสารประเภทที่ 1
1. มีหน้าที่ต้องชำระค่าขนส่ง และค่าบริการอย่างอื่นตามอัตราที่คณะกรรมการกำหนด
2. มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตลอดเวลาที่อยู่ระหว่างการโดยสาร
ผู้โดยสารประเภทที่ 2
มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตลอดเวลาที่อยู่ระหว่างการโดยสาร

ผู้โดยสารประเภทที่ 3
1. ผู้โดยสารที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องชำระค่าขนส่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตลอดเวลาที่อยู่ระหว่างการโดยสารและมีหน้าที่ต้องชำระค่าบริการอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
2. ผู้โดยสารที่ได้รับลดหย่อนค่าโดยสาร
2.1 มีหน้าที่ต้องชำระค่าขนส่งในส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้น
2.2 มีหน้าที่ต้องชำระค่าบริการอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
2.3 มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อย ตามข้อกำหนดในกฎกระทรวง ตลอดเวลาที่อยู่ระหว่างการโดยสาร
ข้อห้ามและโทษสำหรับผู้โดยสาร
1. ผู้โดยสารผู้ใดโดยสารโดยเจตนาไม่ชำระค่าขนส่ง หรือชำระค่าขนส่งไม่ครบถ้วนตามอัตราที่กำหนดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
2. ผู้โดยสารผู้ใดโดยสารรถโดยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยตามที่กำหนดในกฎกระทรวงตลอดเวลาที่อยู่ระหว่างการโดยสารต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

 

1.10 หน้าที่ของผู้ขับรถและโทษเมื่อมีการฝ่าฝืน

   

1. ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตอยู่กับตัว และต้องแสดงต่อนายทะเบียนหรือผู้ตรวจการเมื่อขอตรวจ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกล่าวคือ ไม่เอาใบอนุญาตติดตัวไปด้วยหรือไม่สามารถแสดงให้ดูได้เมื่อขอตรวจ มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
2. แต่งกายสะอาดเรียบร้อยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
3. ไม่แสดงกิริยาหรือใช้ถ้อยคำเป็นการเสียดสีดูหมิ่น ก้าวร้าว รังแก รบกวน หรือ หยาบหยามหรือไม่สุภาพ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
4. ไม่เสพสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
5. ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่งตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
6. ไม่ขับรถในเวลาที่ร่างกายและจิตใจหย่อนความสามารถ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

7. ไม่รับบรรทุกบุคคลที่เป็นโรคเรื้อน หรือโรคติดต่อที่น่ารังเกียจไปกับผู้โดยสารอื่น หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
8. ไม่รับบรรทุกคน สัตว์ หรือสิ่งของที่อาจเกิดอันตรายหรือเป็นที่พึงรังเกียจไปกับผู้โดยสาร หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
9. ไม่รับบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง ระเบิด หรือวัตถุอันตรายอย่างอื่นไปกับผู้โดยสาร หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
10. ต้องหยุด หรือจอดรถ ณ สถานีขนส่งและปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับสถานีขนส่งหาก ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
11. ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถกระทำการใด ๆ ให้ผู้โดยสารจำต้องลงจากรถก่อนที่จะได้โดยสารถึงจุดหมายปลาทาง โดยที่ได้ชำระค่าโดยสารถูกต้องตามอัตราที่กำหนดแล้วหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
12. ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถละเว้นการหยุดรถ เพื่อรับหรือส่งผู้โดยสาร ณ ที่มีเครื่องหมายให้รถนั้นหยุด ในเมื่อปรากฏว่ามีผู้โดยสารต้องการให้หยุด เพื่อรับหรือส่ง หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
13. ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถกระทำการใด ๆ อันเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันควร หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

 

1.11 ผู้ตรวจการและนายทะเบียน

   

ผู้ตรวจการ คือ ข้าราชการสังกัดกรมการขนส่งทางบก ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้มีหน้าที่ตรวจการ ขนส่ง
นายทะเบียน หมายความว่า นายทะเบียนกลาง หรือนายทะเบียนประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี
นายทะเบียนกลาง คือ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกหรือผู้ที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกมอบหมายให้เป็นนายทะเบียนกลางมีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ ขนส่งระหว่างจังหวัดและการขนส่งระหว่างประเทศ
อนึ่ง นายทะเบียนกลาง เป็นนายทะเบียนประจำกรุงเทพมหานคร มีอำนาจและหน้าที่ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ภายในเขตกรุงเทพมหานคร
นายทะเบียนประจำจังหวัด คือ ขนส่งจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ภายในเขตจังหวัดของตน

อำนาจและหน้าที่ของผู้ตรวจการและนายทะเบียน
1. ผู้ตรวจการมีอำนาจเรียกรถให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ และเมื่อเชื่อว่ามีการกระทำ อันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ให้ผู้ตรวจการมีอำนาจจับกุมผู้ฝ่าฝืน เพื่อส่งให้พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจดำเนินคดีต่อไป
2. เมื่อผู้ตรวจการพบว่ารถคันใดมีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง หรือมีอุปกรณ์หรือส่วนควบไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้ผู้ตรวจการรายงานให้นายทะเบียนทราบ แต่ถ้าปรากฏชัดแจ้งว่า การใช้รถคันนั้นต่อไปน่าจะเป็นเหตุให้เกิดภยันตรายแก่การขนส่ง ให้ผู้ตรวจการมีอำนาจสั่งระงับให้เป็นการชั่วคราวได้ และให้รีบรายงานให้นายทะเบียนทราบภายใน 24 ชั่วโมง
ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้เป็นเจ้าของรถคันนั้นจัดการส่งรถไปให้พนักงานตรวจสภาพ หรือสถานตรวจสภาพรถที่ได้รับอนุญาตตรวจสอบความบกพร่องตามรายงานของผู้ตรวจการภายในเวลาที่กำหนด
เมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งข้างต้นแล้วให้ผู้ได้รับใบอนุญาตงดการใช้รถดังกล่าวไว้จนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งอนุญาตให้ใช้ต่อไป
3. ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ผู้ตรวจการมีอำนาจยึดใบอนุญาตของผู้นั้นและสั่งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นไปรายงานตัวต่อนายทะเบียนภายใน 72 ชั่วโมง คำสั่งนั้นให้ถือว่าเป็นใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถชั่วคราวภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้นได้ไม่เกิน 180 วัน หรือจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตนั้นเสีย ก็ได้
ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือถอนใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรางคมนาคม ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
4. ผู้ตรวจหรือนายทะเบียนมีอำนาจเปรียบเทียบปรับเมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถกระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ในความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว

 

http://dltzone.dlt.go.th/bus_terminal/generalknowledge.html

มีผู้เข้าชม ... ครั้ง

 

แผนที่ร้านทำป้ายทะเบียน
แผนที่ตั้งร้านทำป้ายทะเบียนรถยนต์
ข่าวประชาสัมพันธ์ 19/01/2555
ทางร้านขอแจ้งวันหยุดเนื่องในวันปีใหม่จีน โดยทางร้านจะเริ่มหยุดตั้งแต่วันเสาร์ที่ 21 มกราคม และจะเปิดอีกทีในวัน พฤหัสที่ 26 ค่ะ
ข่าวประชาสัมพันธ์ย้อนหลังทั้งหมด

ป้ายจบปริญญาโฟโต้
ป้ายจบปริญญาโฟโต้

ป้ายจบปริญญาของ ขวัญ อุษามณี คิดว่าคงเป็นแฟนคลับของน้องเค้าเป็นคนทำให้ แก้แบบกันหลายรอบทีเดียวเชียวค่ะ

ป้ายทะเบียนรถยนต์ญี่ปุ่น
ป้ายทะเบียนรถยนต์ญี่ปุ่น

ป้ายทะเบียนญึ่ปุ่น งานชิ้นนี้คนญี่ปุ่นเป็นคนมาส่งเองที่ร้านเลยค่ะ แกะพิมพ์ตามแบบที่เค้าต้องการเลย

ป้ายแดงทะเบียนรถจักรยานยนต์
ป้ายแดงมอเตอร์ไซค์ สภ.ปราณบุรี

ป้ายแดงติดรถจักรยานยนต์ สั่งทำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ท่านนึงใน สภ.ปราณบุรี

ป้ายจบกราฟฟิก พระจอมเกล้าพระนครเหนือ
ป้ายจบกราฟฟิกพระนครเหนือ

ป้ายจบการศึกษา 2552 พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ลายกราฟฟิก ออกแนวๆเทคโนโลยี่ค่ะ

content2
   
กลัับด้านบน